Player Loading...

นานมาแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2541 โลกอาจมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลายอย่าง แต่ในปีนั้น ณ ประเทศเชียงใหม่ ไทยแลนด์ นอกจากเจออุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่แล้ว ยังมีเหตุการณ์เล็กๆ เกิดขึ้น เป็นการมาถึงของชายไทยรูปร่างสูงโปร่ง คุณพ่อคุณแม่เรียกมาตั้งแต่เกิดว่า สุทธิพงศ์ สุทินรัมย์ (จุ๋ย) เดินทางจากโคราช (บ้านเอ็ง) มาเพื่อศึกษาเล่าเรียนยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิจิตรศิลป์ สาขาจิตรกรรม วันหนึ่งเพื่อนรุ่นพี่เห็นหน่วยก้านดี จึงชักชวนมาเล่นดนตรีที่ร้าน ‘ลานกรวด’ ตั้งแต่นั้น จุ๋ย ก็ได้เริ่มเส้นทางการดนตรีอาชีพ และด้วยความเป็นกันเอง การเล่นดนตรีที่นี่จึงค่อนข้างเปิดกว้างในการสร้างสรรค์ อยากเล่นอะไรเพี้ยนๆ บ้าๆ ก็ทำได้หมด ตอนนั้นจุ๋ยได้ลองทำเสียงนั่นนี่เพิ่มลูกเล่นเข้าไปสร้างสีสัน จนเป็นที่ร่ำลือกันไปทั่วว่า ‘นักดนตรีคนนี้บ้าดี’ เล่นกีตาร์โปร่งคนเดียวก็มันส์ได้ และแล้วการประกวดดนตรีที่เหมาะกับจุ๋ยก็เกิดขึ้น เมื่อมีการเฟ้นหานักดนตรีแบบ One Man Show ของการประกวด ‘Chang Draught Journey to Glastonbury Festival 2007’ แม้จุ๋ย จะเป็นคนไม่ชอบการประกวดประขัน แต่ด้วยกติกาที่ระบุว่าให้เล่นดนตรีคนเดียว แล้วโชว์ความสามารถทางดนตรีและการแสดงได้เต็มที่ เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนั้น โดยใช้การเล่นกีตาร์โปร่งพร้อมกับร้องด้วยไมโครโฟน 3 ตัว เป็นการเอนเตอร์เทนคนดูได้อยู่หมัดและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ยังไม่มีใครทำ จนชนะใจกรรมการในที่สุด เป็นผู้ชนะเลิศหนึ่งในสองที่ได้ร่วมเดินทางไปเทศกาลดนตรี Glastonbury ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับวง T – Bones ในเดือนมิถุนายน ปีนั้นเอง หลังจาก จุ๋ย ได้กินเป็ด Four Season ที่อังกฤษ ขึ้น London Eyes ชมเมือง และลุยโคลนเสพดนตรีจนหนำใจในเทศกาล Glastonbury แล้ว ก็เกิดแรงบันดาลใจอยากทำงานเพลงที่ตอบสนองความต้องการของตัวเองแบบสุดๆ พอกลับมาเมืองไทย เขาจึงเริ่มคุยกับ บก. โหน่ง (สมชาย ขันอาษา) บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร HIP Magazine Chiang Mai ว่าอยากทำเพลงเอาแบบน้อยๆ เป็น EP. 4 - 5 เพลง บก. โหน่งเห็นว่ามีความตั้งใจ จึงให้การสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการแบบไม่มีโฆษณาคั่น แล้วจากนั้น อัลบั้ม Negative Thinking but Positive Doing ก็เกิดขึ้น โดย จุ๋ย รับหน้าที่วาดรูปปกเอง แต่งเพลงเอง โปรดิวซ์เอง เล่นเครื่องดนตรีเองทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ เบสส์ กลอง รวมทั้งเสียงร้องสารพัดเสียงในอัลบั้ม ล้วนแล้วแต่มาจาก จุ๋ย ทั้งนั้น จึงเป็นที่มาของคำว่า ‘จุ๋ย จุ๋ยส์’ ที่หมายความว่ามี จุ๋ย คนเดียวทำได้หลายอย่างราวกับมีอยู่หลายจุ๋ยนั่นเอง เพลงแรกที่ออกสู่ประชาชนคนฟัง ก็คือเพลง ‘เหลือแต่ตอ’ และ ‘ชมรัก’ (อ่านว่า ชะ-มะ-รัก) ที่ถือว่าเป็นการแนะนำตัวตนของจุ๋ย จุ๋ยส์ ผ่านการร้องแร็พคลอกีตาร์โปร่งคู่ใจ หลังจากนั้น เขาก็ได้ขึ้นเวที Fat Fest โชว์เหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2551 ซึ่งการแสดงครั้งนั้นเองที่ถือเป็นการแจ้งเกิดให้กับ จุ๋ย จุ๋ยส์ และเพลง ‘อย่าขี้โม้’ จนซีดีขายดิบขายดีเกลี้ยงแผง ซึ่งความแรงยังไม่หมดเท่านั้น เพราะ เพลง ‘อย่าขี้โม้’ ยังสามารถไต่ชาร์ท Fat 40 ของคลื่นอ้วน Fat Radio 104.5 MHz ไปจนสูงสุดที่อันดับที่ 2 และด้วยความไฟแรงของ จุ๋ย จุ๋ยส์ บวกกับกระแสนิยมในเพลงจากอัลบั้ม ‘Negative Thinking but Positive Doing’ จุ๋ย จุ๋ยส์ จึงทำงานต่อเนื่องใน E.P. ที่ 2 ในชื่อยาวเหยียดเหมือนเดิม ‘To Behave with Abandon’ มีเพลงใหม่ให้ฟังกัน 3 เพลง อย่าง ‘รักเพื่อนรัก’ เขาแต่งเพื่อขอบคุณแฟนเพลง หรืออีกในมุมหนึ่งจะเป็นการแต่งให้คนที่แอบรักเพื่อนมานานก็ได้เช่นกัน ส่วนเพลง ‘Imagination Crazy Stupid’ จุ๋ย จุ๋ยส์ นำมาจากชื่อ Thesis ตอนเรียนจบ เขาเคยทำงานศิลปะด้วย concept นี้ แต่คราวนี้เขาปรับให้งานศิลปะมาเป็นเสียงเพลงบ้าง ส่วนอีกเพลงคือ ‘ถ้า young อยู่’ เขาได้แรงบันบาลใจมาจากประสบการณ์การเล่น hi5 กับแฟนเพลง พูดถึงความคิดถึง เป็นห่วงเป็นใยเพื่อนที่สนิทกันผ่านโลกอินเตอร์เนต นอกจากนี้ในอีพีอัลบั้ม ‘To Behave with Abandon’ ยังมีเพลงอย่าง ‘เหลือแต่ตอ’ ‘ชมรัก’ และ ‘อย่าขี้โม้’ มาเรียบเรียงใหม่ โดยชักชวนเพื่อนมาร่วมแจมอย่างวง Sonnet & Alcohol ปรับ ‘ชมรัก’ ให้กลายเป็นเพลงร็อคเท่ๆ เปลี่ยน ‘เหลือแต่ตอ’ เป็นเพลงเทคโนแดนซ์ และเปลี่ยน ‘อย่าขี้โม้’ ให้เป็นแนวสกาด้วยอย่างวง Teddy Ska Band เนื่องจากความขยันในการสร้างสรรค์และการเอนเตอร์เทนคนดูได้สนุกสนาน บ่ายวันหนึ่ง ณ เวทีลานน้ำพุ สยามพารากอน การขึ้นโชว์ร่วมกับศิลปินดังอย่าง Slot Machine และ BrandNew Sunset ก็ทำให้ความสามารถของ จุ๋ย จุ๋ยส์ เตะตาผู้บริหารของของค่าย Sony Music จึงถูกทาบทามให้มาร่วมงานในฐานะศิลปินรายล่าสุดของทางค่าย พร้อมผลงานชิ้นใหม่อันได้แก่ EP ชุดที่ 3 ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการทำงานที่จุ๋ย จุ๋ยส์ได้สั่งสมประการณ์มากขึ้น แนวเพลงก็ยังคงความสนุกสนาน วาไรตี้ มีดนตรีที่เข้มข้น ชัดเจนขึ้น และบ่งบอกความเป็นจุ๋ย จุ๋ยส์ เหมือนเดิม ด้วยการลงมือแต่งเพลงใหม่ทุกเพลงในอัลบั้มนี้ รวมทั้งโปรดิวซ์เอง และเล่นดนตรีทุกชิ้นในอัลบั้มเองทั้งหมด ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยออกมามีชื่อว่า เพลง ‘บทที่ 1’ จุ๋ย จุ๋ยส์ ใช้คำศัพท์ง่ายๆ ที่เราเจอในบทเรียนนำมาทำเป็นเพลงสนุกๆ พร้อมกับส่งผ่านข้อคิดดีๆ ไปยังคนฟัง เป็นการเรียนรู้ที่ไม่เครียดในแบบจุ๋ย จุ๋ยส์ ขณะเดียวกันก็ถือว่าเพลงนี้ได้เป็นเหมือนปฐมบทของการทำงานของ จุ๋ย จุ๋ยส์ กับค่าย Sony Music อย่างเต็มตัวอีกด้วย ซึ่งในวันที่ 9 ก.ค. นี้แฟนเพลงประหลาดป๊อปของ จุ๋ย จุ๋ยส์ คงจะได้ฟัง EP. ใหม่กันอย่างจุใจ และคงต้องบอกว่า ถ้ารักกันจริง ขอได้โปรดติดตามโดยพลัน!!!


Up | Down | Top | Bottom