เอ็นริเก้เกิดเมื่อปี 1975 และโตที่ไมอามี่ เขาเริ่มเขียนและทำเพลงโดยที่ไม่ได้บอกพ่อแม่ ความจริงเขาใช้ชื่อ Enrique Martinez ตอนที่เริ่มส่งเดโมครั้งแรก จนกระทั้งเขาได้ทำสัญญากับค่าย Fonovisa ที่เม็กซิโก เขาถึงตัดสินใจใช้ชื่อจริงๆของเขา อัลบั้มแรกภาษาสเปน ซึ่งใช้ชื่อของเขาเป็นชื่ออัลบั้มขายได้มากกว่าล้านก็อปปี้ใน 3 เดือนแรก(ถึงปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 7 ล้าน) ชุดที่สอง ‘Vivir’ (1997) ได้เข้าไปอยู่ในชาร์ทเพลงท็อป40 ของอเมริกา และได้เริ่มเดินสายทัวร์รอบโลกเป็นครั้งแรก ภายใน 3 ปีเอ็นริเก้ได้กลายเป็นเจ้าของอัลบั้มเพลงภาษาสเปนที่ทำยอดขายมากที่สุดในโลก และมีเพลงฮิตอันดับ 1 ถึง 16 เพลงบนชาร์ทบิลบอร์ดลาตินฮิต มากกว่านักร้องคนใดไหนประวัติศาสตร์ 1999 เอ็นริเก้พร้อมแล้วที่จะขยายตลาดของเขาออกไปมากกว่าในแถบลาติน ‘Enrique’ คืออัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกและเป็นครั้งแรกกับค่ายInterscope อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตอย่าง “Bailamos”(We Dance), "Rhythm Divine," "Be With You," และ "Could I Have This Kiss Forever," ซึ่งร้องคู่กับวิทนีย์ ฮูสตัน ในอเมริกาอัลบั้มนี้ได้ 2 รางวัลทองคำขาว และเอ็นริเก้ได้โชว์ต่อหน้าฝูงชนเป็นล้านในช่วงพักครึ่งของซูเปอร์โบวล์ปี 2000 เอ็นริเก้ได้รับทั้งอัลบั้มทองคำและทองคำขาวใน 32 ประเทศและกลายเป็นนักร้องต่างชาติที่ทำยอดขายได้มากที่สุดตลอดกาลในอินเดีย และแล้วก็มาถึงอัลบั้ม Escape ที่มีเพลงดัง “Hero” และ “Escape” ซึ่งทำให้เอ็นริเก้กลายเป็นนักร้องดังในฝั่งยุโรปเมื่อทำยอดขายได้ถึง 10 ล้านก็อปปี้ ทั้งตัวอัลบั้มเและซิงเกิลชื่อเดียวกันนั้นต่างขึ้นถึงอันดับ 1 ในอังกฤษ ปี2003 เขาได้มีอัลบั้มชุดที่ 7 (เมื่อนับรวมอัลบั้มภาษาสเปนิส) ชื่อ ‘7’ ออกมาและได้ตอกย้ำความเป็นศิลปินตัวจริงของผู้ชายคนนี้ อัลบั้มใหม่ล่าสุด Insomniac เอ็นริเก้บอกพร้อมกับเสียงหัวเราะว่า “ผมไม่เคยกลุ้มใจมากมายเวลาทำอัลบั้ม มันเหมือนเป็นการเดินทางค้นหาจิตวิญญาณและค้นพบตัวเองสำหรับผม” “ผมจะไม่บอกว่านี่คืออัลบั้มที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำมา หรือเป็นการทำงานที่ดีที่สุด หรือมีเพลงที่ดีที่สุด” เขาสรุป “สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่สุดสำหรับอัลบั้มนี้ก็คือ ผมได้ทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างไปในการทำมัน ---ทั้งหัวใจและจิตวิญญาณ” การเดินทาง 3 ปีจึงเริ่มขึ้นจุดหมายไล่เรียงตั้งแต่ไมอามี ลอสแองเจลิส และสวีเดน โดยได้โปรดิวเซอร์อย่าง Sean Garret, Max Martin, Kristian Lundin, Mark Taylor&Paul Barry และ Anders Bagge “เมื่อผมเริ่มอัลบั้มนี้ ผมจะทำงานตอนกลางคืน แล้วก็นอนตอนกลางวัน ผมเป็นพวกบ้าพลังมาตลอดชีวิต แล้วคำว่า Insomniac (นอนไม่หลับ) ก็โผล่เข้ามาเป็นคำแรกเลยตอนที่คิดชื่ออัลบั้มนี้” เพลงเด่นๆในอัลบั้มนี้ก็มีเพลงกลิ่นฮิบฮอบชื่อ “Push” ที่ได้ร่วมงานกับแรปเปอร์ Lil’ Wayne รวมทั้ง “Ring My Bell” เพลงที่เขาร่วมเขียนกับสองนักแต่งเพลงคนโปรดชาวสวีดิช Kristian Lundin ซึ่งSavan Kotecha ได้มาแจมในเพลงนี้ด้วย “คุณรู้ไหมบางครั้งบางช่วงในชีวิตเมื่อคุณรู้สึกว่ามันผิดพลาดไปนิดหน่อย แล้วคุณก็บังเอิญค้นพบว่ามันมีบางอย่างเปลี่ยนคุณ นั้นแหละที่มันเกิดขึ้นกับเพลง “Ring My Bell” ความรู้สึกของเพลงนี้ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดเรื่องที่ว่าอัลบั้มชุดนี้ควรออกมาเป็นอย ่างไร” ตอนที่ทำเพลงนี้เขาได้ทดลองทำแบบฮิปฮอปสไตล์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยชอบเลย แต่คราวนี้มันกับเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง จริงๆแล้วมันไม่มีเพลงไหนในอัลบั้มนี้ที่เขาพยายามจะทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของเขา อัลบั้ม Insomniac ประกอบไปด้วยเพลงภาษาอังกฤษ 12 เพลงและอีก 3 เพลงเป็นสเปนิช ความจริงแล้วเขาได้ทำเอาไว้อีก 20 เพลงในห้องอัดแต่ทั้งหมดนั้นถูกทิ้งไปเพราะเอ็นริเก้คิดว่ามันยังไม่ได้มาตรฐานตามที ่เขาต้องสำหรับอัลบั้มนี้ “ผมสามารถเอาเพลงพวกนั้นมาทำได้อีกอัลบั้มนึงเลยถ้าผมต้องการ แต่ผมคิดว่าคงไม่มีวันที่เพลงพวกนั้นจะได้ออกมาสู่โลกใบนี้แน่ ถ้าเราให้มันเป็นเพลงที่เรียกว่า บี-ไซด์(เพลงแถม) มันก็ไม่น่าจะได้อยู่ในอัลบั้ม”

Up | Down | Top | Bottom