ส่งต่อให้เพื่อน
หากจะพูดถึงวงดนตรีที่เป็น “ Folk Rock ” ในยุค 1970 สำหรับผู้เขียนแล้ว ก็จะคิดถึงวงที่มีชื่อว่า “America” เป็นอันดับแรกๆ นั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่าผู้เขียนเองได้มีโอกาสรู้จัก และได้ฟังงานเพลงของคณะ "America" เป็นวงแรกๆ (ในแบบฉบับของวง Trio) จำได้ว่าบทเพลงแรกๆ ที่ได้ฟังคือเพลง "A horse with no name" ซึ่ง ณ ตอนนั้น ผู้เขียนก็ยังมีโอกาสฟังเพลงนี้จากศิลปินไทยด้วย นั่นก็คือคุณ "Lam Morrison" ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลง "A horse with no name" ก็รู้สึกชอบทันที นั่นคงด้วย Melody ที่แปลก และมีเสียงประสานที่เข้ามาเพิ่มสีสันให้กับเพลง หลังจากนั้นมาไม่นานนักก็มีโอกาสได้ฟังผลงาน Greatest Hits จากการที่ได้ฟังผลงานเพลงอย่าง Sister golden hair, Don’t cross a River, Today’s the day, Lonely people, Tin man, และ Ventura highway จึงทำให้เกิดความสนใจมากขึ้น และนี้ก็คือจุดเริ่มต้น ของการติดตามผลงานเพลงของคณะ "Ameirca" มาจนกระทั่งทุกวันนี้ คณะ America เกิดขึ้นจากบุคคล 3 คน ประกอบไปด้วย "Gerry Beckley, Dewey Bunnell, และ Dan Peek" มิตรภาพของทั้งสามคน เกิดขึ้นเมื่อตอนราวๆ ปลายปี 1960 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาทั้งสามเรียนใน High school ใน London ประเทศอังกฤษ และก็นับเป็นความบังเอิญที่เขาทั้งสามต่างก็เป็นลูกชายของนายทหารอากาศประจำกองทัพอเมริกา Gerry Beckley เกิดที่ Fort Worth, Texas USA. เมื่อ September 12, 1952 เขาเริ่มเรียน Piano ตั้งแต่ตอนอายุเพียง 3 ขวบ และด้วยความรักในดนตรี ต่อมาเขาก็ได้เข้าเรียน Guitar และในช่วงที่เรียน High school เขาก็ได้มีโอกาสทำวงเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ Dewey Bunnell เกิดที่ Harrogate, Yoykshire, England เมื่อ January 19, 1952 ครอบครัวของเขาเลี้ยงดู และส่งเสริมให้เขาได้เล่นดนตรี ตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็ก ในช่วง High school - Dewey Bunnell, และ Gerry Beckley มีโอกาสได้พบกันก่อนที่จะได้รู้จักกับ Dan Peek ในเวลาต่อมา Dan Peek เกิดที่ Panama city, Florida, USA. เมื่อ November 1, 1951 เขามีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวในเรื่องดนตรี และได้เรียนรู้การเล่น Guitar และ Piano ตอนที่เขาอายุได้ 12 ปี เขาเป็นคนหนึ่งที่สามารถเล่น Acoustic guitar, Electric Guitar, Harmonica และ Piano ได้อย่างดีเยี่ยม แต่น่าเสียดาย ที่เขาบอกลาคณะ "America" เร็วเกินไป!? พวกเขาทั้งสามได้เริ่มร่วมกันเล่นดนตรี ตั้งแต่ตอนที่เขายังมีอายุได้ไม่ถึง 20 ปี เขาได้เริ่มเล่นดนตรีไปเรื่อยๆ จนมีกระทั้งวันหนึ่ง Jeff Dexter (ซึ่งเป็น Producer ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ America ได้ร่วมเซ็นสัญญากับ Warner Bros. และออก Album) ได้มีโอกาสเห็นการแสดงของเขาทั้งสามคน Jeff Dexter มองเห็นแววของเด็กหนุ่มทั้งสาม จึงชวนให้มาทำ Album ในตอนแรกๆ พวกเขามีโอกาสได้เริ่มเล่นเป็นวงเปิดให้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายวง เช่น Elton John และ The Who เป็นต้น ในช่วงปี 1970 พวกเขาร่วมกันตั้งวงดนตรี โดยได้กำหนดทิศทางของวง ให้เป็นดนตรีในแบบ Acoustic/Folk Rock ซึ่งช่วงนั้น แม้ว่าเขาทั้งสามจะมีแผนการทำวง แต่ก็ยังคงนึกชื่อวงไม่ออกว่าจะใช้ชื่อว่าอะไร...? วันหนึ่งในร้านอาหารเล็กๆ ที่ Dan Peek, Dewey Bunnell ได้ทำงานอยู่ ขณะที่เขาทั้งสามคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ พวกเขาได้มองเห็นเครื่องเล่นแผ่นเสียง “Jukebox” และข้างๆ เจ้าเครื่องเล่นเครื่องนี้ ก็มีอักษรที่เขียนคำว่า Americana ไว้ด้านข้าง และแล้วเจ้าเครื่อง Jukebox เครื่องนี้ ก็ทำให้พวกเขาได้ข้อสรุป??!! กับการตั้งชื่อวง เขาทั้งหมดตกกันลงว่าจะใช้ชื่อ "America" เป็นชื่อวง (ตัด NA ออก) และในปีเดียวกันนี้ เขาทั้งสามได้มีโอกาสทำการเซ็นสัญญา เพื่อออก Album กับ Warner Bros. Records. โดยได้บันทึกเสียง และออกจำหน่ายที่ London เป็นที่แรก โดย Single แรก มีชื่อว่า “A Horse with no name” ซึ่งนับเป็นบเพลงที่คนทั่วๆ ไปรู้จักกันเป็นอย่างดี รวมถึงคอเพลงยุค ’70 ในบ้านเราด้วย ผลงานเพลงชุดนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเกินคาด ใน London มันกลายเป็นเพลง Hit ขึ้นมาทันที ต่อมาช่วงปลายปี 1971 Single : A horse with no name ได้ออกมาจำหน่ายที่อเมริกา ซึ่งขณะนั้น บทเพลงนี้ได้เบียดอันดับบน “Billboard Top Ten Single 1972” กับเพลง Heart of gold ของ Neil Young ซึ่งในช่วงวันที่ 18 March 1972 บทเพลง Heart of Gold ขึ้นถึงอันดับ 1 และต่อมาอีก 1 สัปดาห์ให้หลัง A horse with no name ขึ้นมาแทนที่อันดับ 1 ซึ่งคือบทเพลง Heart Of Gold ของ Neil Young "A horse with no name" ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ได้สำเร็จ (March 25, 1972) และพวกเขาก็ตัด Single : I need you ออกมาเป็นงานชิ้นที่ 2 และ I need you ก็เข้า Chart ไต่ถึงอันดับ 9 ในวันที่ 1 July 1972 Album – America (1971) ชุดแรกในชีวิตของเขาทั้งสามนี้ ถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวได้สำเร็จ และงดงามเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านชื่อเสียง และในด้านยอดขาย ในที่สุด A horse with no name ติด Charts อันดับ 3 ใน U.K. และขึ้นถึงอันดับ 1 ใน U.S. 1972 และในช่วงปี 1972 พวกเขาออก Single ใหม่ที่มีชื่อว่า “ Ventura Highway ” และผลงานนี้ก็ประสบความสำเร็จ โดยได้ติดอันดับ “Billboard Top Ten Single 1972” ในช่วง December 1972 ซึ่ง “Ventura Highway” ขึ้นถึงอันดับ 8 ในวันที่ 9 December 1972 และพอช่วงขึ้นต้นปี 1973 วงของพวกเขาได้รับรางวัล "Grammy Award" สาขาศิลปินหน้าใหม่ (Best new artist of 1972) ต่อจากนั้นพวกเขาได้ออก Album เต็ม โดยใช้ชื่ออัลบัมว่า "Homecoming" ในเดือน January 1973 สำหรับงานชุดนี้ พวกเขาทั้งสามได้ตัดสินใจทำหน้าที่ Producer กันเอง ซึ่งถือว่าพวกเขาทำได้ดีมากทีเดียว เพราะว่าอัลบัม Homecoming สามารถขึ้นสู่ Album ยอดฮิตอันดับหนึ่งในอเมริกา " โดยมีบทเพลงที่ได้รับความนิยมเช่นบทเพลง Ventura Highway, Don’t Cross a River, Only in your Heart เป็นต้น ช่วงปี 1973 พวกเขาออกผลงาน Album - Hat Trick โดยมีเพลงฮิตเช่น Muskrat love, Rainbow song, Green Monkey, Goodbye เป็นต้น แต่ผลงาน Album นี้ ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก และหากนำมาเปรียบเทียบกับงานชุดที่ 1 และ 2 อย่าง Homecoming ก็ถือว่าผลงานอัลบัม Hat Trick ทำได้ไม่ดีนัก ส่วนอันดับใน Chart US., Hat Trick ก็สามารถขึ้นได้แค่อันดับ 20 เท่นั้น ต่อมาช่วงต้นๆ ปี 1974 คณะ America ได้มีการปรับเปลี่ยน Producer ใหม่เป็นครั้งแรก โดยพวกเขาได้ Producer มือดี (ระดับพระกาฬ) มาช่วยอีกแรง นั้นคือ "George Martin" อดีต Producer ของวง The Beatles สำหรับส่วนตัวผู้เขียน George Martin เปรียบเสมือน พระเอกที่ขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยคณะ America ไว้ได้ทันเวลา และไม่ช้าพวกเขาก็ได้ออก "Album - Holiday" และในที่สุด... คณะ Amereica ก็สามารถกลับเข้ามาติดบน Chart Us. ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพลงอย่าง Tin man (Pop Charts no.4) และ Lonely people (Pop Charts no.5) มันเป็นเพลงชั้นยอดที่นำพาพวกเขาทั้งสามให้ได้มีโอกาสชื่นชมกับกลิ่นไอของความสำเร็จอีกครั้ง หรือจะเป็นบทเพลงอื่นๆ เช่น You, Glad to see you, Old man took, Baby it’s up you, และบทเพลง Another try ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ และกลิ่นไอของความเป็น George Martin(ที่แฝงกลิ่นของ The Beatles) คงต้องขอบคุณ George Martin ที่ช่วยทำให้คณะ America ได้สามารถมีโอกาสที่จะเรียนรู้ และสามารถหยิบศักยภาพ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวตนของพวกเขาทั้งสาม ได้นำออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

Up | Down | Top | Bottom